เสียงสะท้อนจาก CBI: ถึงเวลาที่รัฐบาลอังกฤษต้องหยุดบีบคอธุรกิจด้วยภาษีทรัพย์สิน

ลองจินตนาการว่า คุณคือผู้บริหาร กิจการระดับเอสเอ็มอี แล้วมีความตั้งใจที่จะ รีโนเวท อาคารสำนักงาน ให้มีความพร้อมมากขึ้น อาทิเช่นการ ปรับเปลี่ยนเป็นพลังงานสะอาด หรือการต่อเติมพื้นที่ เพื่อให้เพียงพอต่อ พนักงานที่เพิ่มขึ้น คุณทุ่มเทงบประมาณ เพื่อสร้างการเติบโต แต่แล้วสิ่งที่ได้รับ คือการได้รับแจ้งภาษี ชุดใหม่มาให้คุณ ซึ่งแพงกว่าเดิม เพียงเพราะเหตุผลว่า มูลค่าทรัพย์สินของคุณสูงขึ้น

วิกฤตภาษีที่เป็นอุปสรรคต่อการขยายธุรกิจ

ระบบภาษีทรัพย์สินเชิงพาณิชย์ ในสหราชอาณาจักร คือภาษีที่ธุรกิจ จำเป็นต้องชำระ ตามมูลค่าของสถานประกอบการ ซึ่งฟังดูสมเหตุสมผล ในเชิงหลักการ แต่ในทางปฏิบัติจริง มันคืออุปสรรคที่ซับซ้อน ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อกระแสเงินสด

อ้างอิงข้อมูลจาก Confederation of British Industry หรือ CBI ซึ่งเป็นตัวแทนเสียงของภาคเอกชน ได้เน้นย้ำถึงวิกฤตนี้ว่า อ่านเนื้อหาฉบับเต็ม ระบบนี้คือตัวฆ่าการเติบโต ที่ต้องได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วนที่สุด

ยิ่งลงทุนพัฒนา ยิ่งต้องจ่ายมากขึ้น – ตรรกะที่น่ากังวลในระบบ

จุดอ่อนที่สำคัญ ที่ฝังรากลึก คือกลไกที่เรียกว่า "ภาษีที่เป็นลบต่อการพัฒนา" หมายความว่าเมื่อใดก็ตาม ที่บริษัทใช้เงินเพื่อพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ต่อเติมอาคาร หรือแม้แต่การติดตั้ง โซลาร์เซลล์และระบบรักษ์โลก มาใช้เพื่อลดคาร์บอน มูลค่าของทรัพย์สินนั้นย่อมสูงขึ้น และเมื่อมูลค่าสูงขึ้น ใบเรียกเก็บภาษีก็เพิ่มตาม อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ลองพิจารณากรณี เจ้าของโรงแรมขนาดกลาง ที่ต้องการพัฒนามาตรฐานบริการ หรือเจ้าของคลังสินค้า ที่ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ การลงทุนเหล่านี้ นอกจากจะไม่ได้รับ การลดหย่อนที่ควรจะมี มันยังกลายเป็นภาระ ที่หนักอึ้งในรอบปีถัดไป นี่คือทิศทางที่สวนทาง กับการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ต้องการการลงทุนเพื่อฟื้นฟู

ความเสี่ยงจากการไม่สามารถคาดการณ์ภาระภาษีในอนาคต

ปัญหาไม่ได้จบแค่ จำนวนเงินที่ต้องจ่าย แต่สิ่งที่น่ากังวลกว่าคือ ความผันผวนของระบบประเมิน ว่าการลงทุนแต่ละครั้ง จะทำให้ภาระผูกพัน เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด

ความไม่แน่นอนนี้คือตัวฆ่าการเติบโต โครงการสำคัญต่างๆ ถูกเลื่อน ถูกลดขนาด หรือบางโครงการถูกยกเลิกไปเลย เพียงเพราะไม่สามารถคำนวณ ผลตอบแทนที่คุ้มค่า ภายใต้ระบบภาษีปัจจุบัน

ถ้าปฏิรูปได้จริง เม็ดเงินเหล่านี้จะไหลไปสู่ที่ใด?

คำถามที่รัฐบาลมักจะตั้งขึ้น เมื่อมีการพูดถึงการลดภาษี คือความกังวลเรื่องงบประมาณแผ่นดิน แต่หากมองในมุมกลับ ภาคธุรกิจมีคำตอบที่ชัดเจน

จากผลสำรวจเชิงลึก พบว่าธุรกิจเกินกว่าร้อยละ 30 ตั้งใจที่จะนำกระแสเงินสดที่เหลือ กลับมาหมุนเวียนในระบบ เกือบทั้งหมด 100% เพื่อสร้างประโยชน์ในด้านต่างๆ อาทิเช่น:

ในทางเศรษฐศาสตร์ การปฏิรูปภาษีทรัพย์สิน ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้นายทุน แต่คือการปลดล็อก วงจรการลงทุนที่ถูกระงับไว้ ให้ไหลกลับเข้าสู่ ระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน อย่างมั่นคงและถาวร

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *